[FIC]My robot friend (Hoya X Dongwoo) Part 5

posted on 13 Jun 2012 23:52 by myneird in INFINITEfic directory Fiction, Entertainment, Asian

[FIC]My robot friend (Hoya X Dongwoo)

Rate: PG

Details: Science, Fantasy, AU 

“ห๊ะ มีผู้ชายมาชอบนาย”

อูฮยอนถามขึ้นเสียงดังทั้งๆ ที่มันฝรั่งกรอบในถุงยังคาปากเคี้ยวอยู่ตุ้ยๆ ทำเอาอีโฮวอนต้องรีบหันซ้ายขวาก่อนจุ๊ปากให้อีกฝ่ายเบาเสียงลง

“ไอ้บ้า ตะโกนซะดังเดี๋ยวใครก็ได้ยินหรอก”

“เออ โทษที ลืมไป”

อูฮยอนหันซ้ายหันขวาตามอีกฝ่ายก่อนจะลดเสียงลงตามที่บอก ตอนนี้โรงเรียนของเขาเริ่มเปิดตามปกติ โดยมีนักเรียนบางส่วนที่เริ่มมาเรียนแล้ว ถึงแม้ว่าจำนวนนักเรียนของเขาจะมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับโรงเรียนขนาดใหญ่ แต่เมื่อมารวมตัวกันในห้องแถวห้องเดียวขนาดเล็กก็นับว่าไม่เบาทีเดียว

“นั่นแหละเรื่องที่ฉันกลุ้มใจอยู่”

เมื่อปรามอีกฝ่ายได้ อีโฮวอนก็กลับมานั่งคิ้วผูกโบว์อีกครั้ง ผิดกับท่าทางเพื่อนของเขาที่ดูไม่เชื่อใจเท่าไหร่

“อะไรกัน เซเลบสุดเท่ห์อย่างโฮย่าหาทางปฏิเสธรักไม่ได้ แล้วทีฉันเห็นกับน้องคนนั้นคนนี้สมัยเรียน อีโฮวอนผู้แสนป๊อปปูล่าก็ออกจะชัดเจนถึงความสัมพันธ์กับทุกๆ คนนี่นา”

เจ้าของม้าปาดลากเสียงยียวนรื้อฟื้นเรื่องราววัยเด็กออกมาอย่างน่าหมั่นไส้จนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเอาเท้าสะกิดเล็กน้อย

“อันนี้มันไม่เหมือนกันเฟร้ย นั่นมันผู้หญิง แต่นี่........”

เขาเว้นช่องว่างด้วยความเกรงใจอีกฝ่ายที่เริ่มเป็นฝ่ายขมวดคิ้วบ้าง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพื่อนกับอีกฝ่ายที่คบหาผู้ชายด้วยกันอย่างเปิดเผย แต่ก็ต้องยอมรับว่า เขาไม่ได้ใจกว้างพอจะให้ใครก็ตามมาสารภาพรักกับเขาขนาดนั้น จริงๆ ถ้าเป็นผู้ชายด้วยกันยังพอพูดคุยให้เข้าใจกันได้อยู่หรอก แต่ดันเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมมาเรียบร้อยแล้วนี่สิ......

“.....เป็นผู้ชาย แล้วยังไงไม่ชอบก็ปฏิเสธไปสิ แสดงท่าทีไปว่าไม่มีความหวังแน่ๆ เดี๋ยวเขาก็ไปเอง จะเป็นใครก็ตามถ้าไม่มีความหวังซะอย่างก็ปีนห้องมาปล้ำนายไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ”

เพื่อนผมม้าปาดสรุปอย่างรวดเร็วและตรงจุดพลางหยิบมันฝรั่งอีกชิ้นหนึ่งเข้าปาก อันที่จริงโฮวอนก็เห็นด้วยกับที่อีกฝ่ายพูด ถ้าหมอนั่นเป็นคนจริงๆ เขาก็คงปฏิเสธตัดเยื่อใยไปนานแล้วแหละ

.....ถ้าเป็นคนจริงๆ อ่ะนะ.....

“แต่หมอนั่นไม่ใช่มนุษย์ทั่วไปนะ......”

ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขังพร้อมแววตาที่แสดงความแน่วแน่ เขาเหลียวซ้ายแลขวาซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะกระซิบกระซาบคนตรงหน้าให้ล่วงรู้ถึงความลับสุดยอดที่เขาต้องเก็บงำเอาไว้

“.......หมอนั่นเป็นหุ่นยนต์........”

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

“แกจะลากชั้นไปโรงพยาบาลทำไม!!!!! ชั้นไม่ได้ป่วยว๊อยยยยยย!!!!!ชั้นปกติดีทุกอย่างว๊อยยยยย!!!!!”

“......แกพูดขนาดนี้ชั้นว่าแกไม่ปกติแล้ว!!!!! พี่ซองกยูวันนี้โฮย่าไม่สบายขอลาหนึ่งวันนะฮะ!!!!”

“ไอ้บ้า!!!!! ปล่อย!!!!!ชั้นไม่ลาว๊อยยยย!!!!! ลาทำไมเสียดายตังค์ค่าสอน บอกแล้วว่าไม่ป่วย!!!!!”

“แกนั่นแหละบ้า จู่ๆ ก็มาละเมอเพ้อพกว่ามีหุ่นยนต์มาหลงรักตัวเอง!!!!! ชั้นน่าจะสังหรณ์ใจตั้งแต่ตอนเช้าที่แกลุกขึ้นมาตะโกนบ้าๆ บอๆ แล้ว!!!!”

 

......เสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากหน้าโรงเรียนทำเอาทั้งผู้ปกครองและนักเรียนแตกตื่นกันเป็นการใหญ่แต่ก็ยังไม่วายทำตัวเป็นเกาหลีมุงอยู่ห่างๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อสังเกตได้ชัดเจนว่า ตรงกลางวงมีภาพชายสองคนที่กำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันทำเอาเจ้าของโรงเรียนที่กำลังติดสอนคลาสกีต้าร์ไฟฟ้าต้องทิ้งห้องเรียนออกมาห้ามทัพอย่างเร่งด่วน

 

“หยุด!!!!นี่มันอะไรกันเนี่ย.....ทั้งสองคน”

สิ้นเสียงตะโกนห้ามทั้งคู่จึงได้สติท่ามกลางสายตานับร้อยที่จ้องมองเข้ามาหน้าโรงเรียนอย่างงุนงง 

"นี่มันอะไรกัน ทำไมจู่ๆพวกนายมายืนทะเลาะกันหน้าโรงเรียนล่ะเนี่ยหา"

คำถามเสียงเข้มทำเอาคู่กรณีทั้งสองหน้างอเหมือนเด็กๆ แต่ก็ไม่กล้าแผลงฤทธิ์เดชต่อกรกันเหมือนเก่าเนื่องจากสายตาแป๋วแหว๋วของลูกศิษย์ที่ต่างยืนมองอีกด้านหนึ่งของอาจารย์แต่ละคนกันหน้าสลอน……


"เอ่อ…ไม่มีอะไรนะครับ นักเรียนทุกคนเข้าห้องเรียนกันได้แล้วนะ"

ว่าแล้วคุณครูซองกยูก็กลับมาตีสีหน้าใจดีกับเด็กๆ แก้สถานการณ์เพื่อป้องกันการสูญเสียรายได้เพราะผู้ปกครองต่างตื่นกลัวอาจารย์พาลูกลาออกกันเสียหมด แต่ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนที่ทยอยแยกย้าย สองตัวปัญหาก็พากันเนียนจากไปด้วย…


"นี่ จะไปไหนทั้งสองคน เกือบทำโรงเรียนฉันเจ๊งทั้งที ไม่คิดจะเล่าที่มาที่ไปให้ฉันฟังหน่อยเหรอ"

…เสียงเย็นจากด้านหลังทำเอาสองคู่กรณีที่จู่ๆก็สามัคคีกระทันหันหยุดชะงัก อูฮยอนหันมายิ้มแหย๋ให้คนรักหน้าแก่ของตัวเองก่อนจะรีบเข้ามาเกาะแขนออดอ้อนตามสัญชาตญานเอาตัวรอดจนโฮย่าเองทำหน้าแหย๋


"พี่ซองกยู โฮย่ามันเพี้ยนไปแล้ว จู่ๆมันก็มาเล่าว่าตัวเองถูกหุ่นยนต์ตามจีบ…โอ้ยยย" 

"ก็บอกแล้วไงว่าห้ามเล่า" ไม่พูดเปล่าชายหนุ่มเตะขาเพื่อนสนิทที่ยืนปวกเปียกเป็นขี้ผึ้งด้วยความหมั่นไส้ ทำเอาอีกฝ่ายโวยวายดังลั่น

"ก็ถ้าไม่พูดพี่ซองกยูจะรู้ได้ไงว่านายมันบ้าไปแล้ว!!!!"
"ไม่เชื่อก็ตามใจ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะลากมาให้เห็นเลยว่าเป็นหุ่นยนต์จริงๆ!!!!!"
"เฮ้ย อย่าเพิ่งตีกัน หุ่นยงหุ่นยนต์อะไร พูดเรื่องอะไรกัน"
"กำลังพูดถึงผมหรือเปล่าครับ"

 

 

"…"
เสียงของคนแปลกหน้าผู้มาใหม่ทำเอาวงจรความวุ่นวายหยุดชะงัก ทุกคนหันมามองชายหนุ่มตัวขาวเล็กที่มาพร้อมดวงตาเรียวภายได้ผมปัดเป๋สีทอง ผู้มาใหม่จ้องมองทั้งสามคนไม่วางตา ก่อนจะหันมายิ้มให้คนด้านขวาสุดที่คุ้นเคย


"โฮย่า ดงอูทำข้าวกลางวันมาให้" ยิ้มกว้างของคนตาหยีทำเอาอีโฮวอนกระตุกยิ้มแหย๋เข้าไปใหญ่

"นะ นายรู้ได้ไงว่าฉันทำงานที่นี่"

"ดงอูเห็นนามบัตรโฮย่าก็เลยลองถามทางคุณอาใจดี เขาก็เลยพาดงอูมาส่ง”

“คุณอาใจดี? พามาส่ง?”

แต่ยังไม่ทันที่ดงอูจะอธิบายจนจบก็มีชายแปลกหน้าในชุดพนักงานขับแท็กซี่วิ่งตามมาด้วยความโกรธ

“ทำไมคุณไม่จ่ายค่าโดยสาร!!!! คุณจะชวดเงินผมเหรอ!!!!” เสียงตะโกนดังลั่นโรงเรียนทำเอาคนรอบๆ แตกตื่นอีกครั้ง

“เดี๋ยวสิครับ นี่มันเรื่องอะไร ไม่จ่ายเงินอะไร”

“ก็เพื่อนคุณน่ะสิ บอกให้ผมมาส่งที่นี่ พอมาถึงปุ๊บก็ลงปั๊บ ทำเนียนไม่จ่ายเงินซะอย่างนั้น ผมตามลงมาแทบไม่ทัน คิดจะเบี้ยวเงินเดินลงมาดื้อๆ แบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกันหา”

“แต่ดงอูแค่ถามทาง คุณก็บอกให้ดงอูขึ้นรถ.....”

“ก็ฉันขับแท็กซี่ไม่บอกผู้โดยสารให้ขึ้นรถแล้วจะให้บอกให้วิ่งรอบรถรึไง ไม่ต้องมาทำเนียนเลยจ่ายเงินมาซะดีๆ”

ชายวัยกลางคนโวยวายเสียงดังพลางชี้มือชี้ไม้ไปที่เจ้าหุ่นตัวปัญหาที่ยืนทำหน้าเอ๋อ แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มเข้าใจเหตุการณ์ทุกอย่างในทันที โฮย่ารีบควักเงินในกระเป๋าเท่าที่จะพอเป็นค่าโดยสารก่อนจะลากแขนเจ้าหุ่นเอ๋อมาข้างตัวจับผงกหัวครั้งแล้วครั้งเล่า

“เอ่อ ผมต้องขอโทษคุณอาแทนเพื่อนด้วยนะครับ พอดีหมอนี่มันป้ำๆ เป๋อๆ ฮะ แหะๆ”

“เพราะเพื่อนคุณเลย ผมเลยเสียเวลารับผู้โดยสารเพิ่มต้องมานั่งวิ่งตามเนี่ย”

“ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ ไว้ผมจะเตือนเพื่อนผมนะครับ”

อีโฮวอนเอ่ยซ้ำแล้วซ้ำเล่า พลางจับหุ่นเจ้าปัญหาข้างตัวแต่ถึงแม้คุณอาแท็กซี่จะจากไปแล้ว แต่ก็ดูเหมือนปัญหาจะยังไม่จบ เมื่อเพื่อนซี้ขี้สงสัยอย่างนัมอูฮยอนเริ่มเข้ามาเดินสำรวจรอบตัวของดงอูอย่างละเอียดทั้งจับแขน จับขา โยกหน้า ดึงผมจนหุ่นยนต์ที่ยืนอยู่ส่งเสียงหัวเราะร่วนเพราะรู้สึกจั๊กกะจี้ แต่เจ้าตัวก็ดูจะยังไม่หายสงสัยในสิ่งที่ตั้งตรงหน้า

 

 "เนี่ยเหรอ? หุ่นยนต์ที่นายว่า…"
"หุ่นยนต์อะไร นี่มันคนชัดๆ"

“หุ่นยนต์ว้อย ไม่เชื่อถามเจ้าตัวดูก็ได้”

"…นายเป็นหุ่นยนต์จริงเหรอ"

“.....อ่า”

“ฉันถามว่านายเป็นหุ่นยนต์จริงๆ เหรอ”

คนตัวเล็กพอกันถามด้วยความลังเลทั้งยังมองอย่างคาดคั้นจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็น ซึ่งอีกฝ่ายที่ถูกจ้องก็มองกลับด้วยสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนตัดสินใจหันมาถามชายหนุ่มที่ยืนเซ็งโลกอยู่ข้างๆ

 

“.....ดงอูต้องมันเป็นความลับอีกไหมโฮย่า”

“.............ดงอูตอบเขาไปเถอะ.....นะ โฮย่าขอร้องหล่ะ” ตอบไปด้วยสีหน้าหน่ายโลกเต็มทน เขาเองเริ่มรู้สึกถึงความอลหม่านที่ตั้งเค้าอยู่ลางๆ แล้ว

“.......”

“.......”

ไม่มีคำพูดอะไรนอกจากนั้นในบรรยากาศที่เงียบจนเหมือนเล่นสงครามประสาท หุ่นยนต์ตาแป๋วพยักหน้าเล็กน้อยหลังจากลังเลอยู่นาน ทำเอาเจ้าหนูจำไมที่เป็นเจ้าของคำถามชะงักไปเล็กน้อย เจ้าตัวหันไปหาเพื่อนซี้ปริศนาที่กำลังพยักหน้าเป็นจังหวะตามกันอีกครั้ง ก่อนจะหันสลับทั้งสองไปมาด้วยใบหน้าเหมือนถ่ายไม่ออก ก่อนจะเบินหน้าหนีไปถอนหายใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก พลางลากมือร่างสูงข้างๆ ที่ยืนหัวโด่แบบไร้บทบาทจากไปทิ้งให้ทั้งสองอยู่กันเพียงลำพัง


"คนหนึ่งก็บอกว่าหุ่นยนต์มาจีบ อีกคนก็บอกว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันฟระเนี่ย !!!!"

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

นัมอูฮยอนเสียสติกลับเข้าไปในโรงเรียนแล้ว อีโฮวอนถอนหายใจอย่างโล่งอก(?) เขาแกะข้าวกล่องที่ดงอูทำมาให้ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้งเมื่อพบเห็นว่าเมนูที่มาในกล่องไม่ได้คุ้มค่ากับเงินค่าแท็กซี่ที่เสียไปเลยสักนิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรตกถึงท้อง อีกอย่างอาหารในกล่องที่ได้รับมาก็ดูไม่แย่มากมายนัก อย่างน้อยก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจทำมันมากแค่ไหน มองไปยังม้านั่งหินฝั่งตรงข้ามก็เจอเจ้าของกล่องข้าวเจ้าปัญหาคน เอ้ย ตัวเดิมที่ทำให้เขาวุ่นวายไปเมื่อครู่ใหญ่..... แต่จะว่าไป มันก็คงจะวุ่นวายมาตั้งแต่วันแรกที่เขาคิดจะสั่งซื้อมาแล้วล่ะ 

 

"จริงๆ นายไม่ต้องทำเอามาให้ฉันก็ได้นะ" ชายหนุ่มพูดพลางถอนหายใจยาว
"ดงอูทำให้โฮย่าลำบากเหรอ?"
"มากเลย… ฮ่าๆ" 
"ดงอูขอโทษ…"

 

ชายหนุ่มที่หัวเราะร่วนเมื่อสักครู่ต้องชะงักลงเมื่อได้เห็นแววตาแสนเศร้าของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ บรรยากาศรอบตัวเงียบไปจนโฮย่าพูดไม่ออก จึงรีบเปิดกล่องข้าวพร้อมลงมือจัดการอาหารตรงหน้าเพื่อเอาใจอีกฝ่าย

 

"นายทำกับข้าวใช้ได้เลยนี่"

ชายหนุ่มเอ่ยปากชมหุ่นยนต์ตรงหน้าขณะที่ตัวเองยังพุ้ยข้าวเข้าปากไม่ขาดสาย เขายอมรับว่าตอนนี้เขาหิวมากขนาดที่ว่ารามยองเปล่าๆ ก็กลายเป็นอาหารเลิศรสได้ แต่เมื่อคิดว่าอาหารตรงหน้าเป็นฝีมือของหุ่นยนต์ผู้ชายก็ต้องบอกว่าไม่เลวทีเดียว

"…งั้นโฮย่ายังอยากให้ดงอูทำให้กินวันอื่นๆ ด้วยหรือเปล่า" ชายหนุ่มชะงักถึงคำถามที่มีทีท่าลังเลจากอีกฝ่ายที่นั่งตรงหน้า …คงยังรู้สึกผิดที่ทำเขาเดือดร้อนสินะ โฮย่าคิด
"ทำสิ ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าทำได้ขนาดนี้ฉันให้นายทำให้กินทุกวันแน่ๆ ฮ่าๆ"
"…แต่ดงอูทำให้โฮย่าถูกคุณอาเมื่อกี้ดุเอา" ร่างเล็กที่นั่งอยู่อีกฝั่งทำหน้ามู่ทู่หนักกว่าเก่า จนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยกมืออีกข้างมาลูบผมสีทองนุ่มนั้นเบาๆ

 

"เอาอย่างนี้แล้วกัน ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปนายก็ทำปิ่นโตให้ฉันถือมาตอนเช้าดีไหมดงอู"
"อื้อ"
"ส่วนวันนี้ ไหนๆ นายมาแล้วก็รอกลับพร้อมกันหลังฉันสอนเสร็จเลย ดงอูจะได้รูุ้ทางมาหาฉันเวลามีอะไรฉุกเฉินด้วย โอเคไหม"
"อื้อ"

 

ถึงแม้จะมีแต่คำตอบรับสั้นๆ แต่ข้อเสนอของอีโฮวอนทำเอาเจ้าหุ่นที่หน้างออยู่เมื่อครู่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขึ้นมาได้ ดวงตาเรียวที่โค้งจนเป็นสายรุ้งที่มาพร้อมรอยยิ้มกว้างและเสียงหัวเราะที่ปรากฏเสมอเวลาเจ้าตัวเขินทำเอาชายหนุ่มเพลิดเพลินไปกับการจ้องมอง ถ้าบอกว่าเขาแพ้เสียงหัวเราะแบบเด็กๆ อย่างนี้ก็คงไม่ผิดนัก จะผิดก็แต่เพียงเขาต้องมารับรู้และย้ำกับตัวเองอยู่เสมอว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นเพียงแค่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถักทอร้อยเรียงกันออกมาเป็นอีกฝ่ายที่อยู่ตรงหน้า

ทุกสิ่ง…แม้กระทั่งรอยยิ้มเขินอายที่กำลังมอบให้เขาอยู่ตอนนี้ด้วย

 

 

 

 

"เฮ๊อะ ซึนชะมัด"

นัมอูฮยอนโวยวายเบาๆ ก่อนจะผละจากขอบหน้าต่างหลังจากติดตามความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ (?) จากม้านั่งหลังสวนมาครู่ใหญ่ ร่างบางเดินกลับมากระแทกก้นลงกับเก้าอี้ข้างโต๊ะกินข้าวทำเอาคนที่นั่งอีกฝั่งเหลือบมองขึ้นมานิดหน่อยก่อนจะได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความเบื่อหน่ายแล้วกลับมาก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารของตัวเองเหมือนเดิม ซองกยูต้องเวียนหัวและวุ่นวายตั้งแต่ตอนที่โฮย่าและอูฮยอนทะเลาะกันแล้ว แถมยังต้องสอนชดเชยล่วงเวลาให้คลาสกีต้าร์ของเขาจนเลยเวลากินข้าวอีก .....พออีกฝ่ายเอ่ยปากมาแบบนี้เจ้าของตาเรียวก็ได้แต่ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

 

"แต่พี่ว่า นายอย่าไปยุ่งกับสองคนนั้นเลย เขาจะทำอะไรมันก็เรื่องของเขา"
"ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกนะพี่ซองกยู แต่โฮย่ามันมาเล่าให้ฉันฟังเอง แล้วดูมันตอนนี้สิ .....ทำมาเป็นกลุ้มอกกลุ้มใจที่มีคนมาแอบรัก แถมเพ้อเจ้อว่าอีกฝ่ายเป็นหุ่นยนต์อีกต่างหาก แต่ตอนกินข้าวนะนั่งคุยกันกระหนุงกระหนิงแถมลูบหัวเขาป้อยๆ น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด"

“อ้าว เพื่อนเรามีความสุขก็ดีแล้วนี่”

“สุขอะไรกันเล่าพี่ รู้ไหมเมื่อกี้มันมาบ่นกลุ้มใจขอให้ฉันช่วยให้อีกฝ่ายเลิกชอบมันด้วยซ้ำ แต่ดูจากสภาพแล้ว ขืน.....ดงอะไรนะ อ่อ ดงอู เลิกชอบขึ้นมาจริงๆ อีโฮวอนได้ดิ้นตายกลายเป็นปลากระโห้ขาดน้ำพอดี เชื่อฉันสิ”
"…ก็คงเป็นช่วงไม่รู้จะทำยังไงมั้ง ใจเขาก็อยู่กับตัวเขา ปล่อยๆ ไปเดี๋ยวก็เองแหละ"
"โห มันขี้เก๊กขนาดนั้น ขืนปล่อยคงได้รู้ตัวกันตอนอายุ 60 แหละ"

ไม่พูดเปล่า เจ้าตัวยังเบ้ปากแสดงท่าทางให้ซองกยูมองลงไปที่ม้าหินสวนด้านล่างที่ทั้งสองคนนั่งอยู่อีกครั้ง คราวนี้อีกฝ่ายชะโงกหน้ามองที่หน้าต่างเล็กน้อยเพื่อเอาใจอีกฝ่าย ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง

“แล้วนายจะทำยังไงล่ะอูฮยอน” เมื่อรู้ตัวว่าห้ามไม่ได้ ซองกยูก็ไม่รู้จะพูดอะไรอีกจึงได้แต่ถามตามน้ำไปอีกครั้ง แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้เขาต้องแปลกใจ

 

“ฉันก็จะช่วยโฮย่าน่ะสิพี่”

“ช่วย..... คือให้ดงอูเขาเลิกชอบเพื่อนเราอ่ะเหรอ?”

“ใช่ แต่ฉันจะใช้โอกาสนี้แหละ แอบซ้อนแผนทำให้มันรู้ตัวเสียที คราวนี้โฮย่านั่นแหละที่จะต้องมาขอบใจฉัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

 

......เห็นความมั่นใจเกินร้อยแบบนั้น ซองกยูก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายที่จะถามต่อ ลองลงท้ายแบบนี้จะอะไรมาหยุดก็ฉุดไม่อยู่ทั้งนั้นแหละ จะเหลือก็แต่ความรู้สึกผิดต่อโฮย่าที่เกิดขึ้นในก้นบึ้งของจิตใจเขานิดหน่อย แต่เขาก็ไม่อยากมีปัญหากับอูฮยอนให้ครอบครัวต้องร้าวฉานเหมือนกัน .....ของแบบนี้ตัวใครตัวมันนะโฮย่า..... 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

Comment

Comment:

Tweet

อัพเร็วๆน่ะค่ะสนุกมากเลยค่ะ
ติดตามน่ะค่ะbig smile

#2 By Mini (103.7.57.18|110.49.232.172) on 2012-12-09 08:39

มาอัพไวๆนะค่ะ รออยู่ big smile
รักคนอัพที่สุด

#1 By montera 0555 (103.7.57.18|171.4.123.102) on 2012-10-25 22:29