[FIC]My robot friend (Hoya X Dongwoo) Part 4

posted on 14 Apr 2012 22:58 by myneird in INFINITEfic directory Fiction, Entertainment, Asian

[FIC]My robot friend (Hoya X Dongwoo) Part 4

Rate: PG

Details: Science, Fantasy, AU 

โฮย่าทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะถอนหายใจยาวอีกครั้งเมื่อเห็นหุ่นกระป๋องเจ้าปัญหายังคงหลับพริ้มอย่างไม่รู้ความเป็นไปรอบตัว เขาเพิ่งทําความสะอาดพร้อมเก็บกวาดข้าวของในครัวเสร็จเมื่อครู่ใหญ่ แต่ก็ยังไม่รู้จะทําอย่างไรให้ดงอูกลับมาพูดคุยเจื้อยแจ้วได้อย่างเป็นปกติ ถึงแม้พื้นฐานแล้ว เขาซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าง่ายๆ ได้บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่า กับสิ่งประดิษฐ์แสนซับซ้อนอย่างหุ่นยนต์แล้ว...เขาไม่กล้าเสี่ยงจริงๆ

 

"...เพราะนายคนเดียวเลย" จิ้มหัวโทษอีกฝ่ายที่หลับปุ๋ยอยู่จิกๆ แต่ถึงจะโทษอีกฝ่ายที่หลับไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปก็เท่านั้น.....ยังไงเขาก็รู้ตัวเองว่าผิดเต็มประตู นี่ถ้าเขาขยันทําความสะอาดบ้านเสียหน่อย ไม่มัวแต่เอ้อระเหยหาอุปกรณ์นู่นนี่นั่นมาทำแทนเสียตั้งแต่แรก เรื่องก็คงไม่บานปลายถึงขนาดนี้

.....หรือจะเอาไปทิ้งทั้งอย่างนี้เลยดี..... และแล้วความคิดชั่วร้ายก็ผุดเข้ามาในหัว ไหนๆ อีกฝ่ายก็เป็นหุ่นยนต์ที่ได้มาฟรี แถมคนที่ให้ก็ดูไม่ได้มีวี่แววว่าจะใส่ใจอะไรอีก คิดได้แบบนั้น โฮย่าก็เริ่มอุ้มอีกฝ่ายขึ้นอีกครั้งพร้อมดันให้หัวทรงไข่ของอีกฝ่ายหนุนมาตรงบ่าเพื่อความถนัด ทำให้ใบหน้าของอีกฝ่ายประจัญกับหน้าของชายหนุ่มพอดี......

 

…..ถ้าหมอนี่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใครคงต้องร้องไห้โฮแน่ๆ……  

....ข้อสันนิษฐานสั้นๆ ทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงัก เขากลืนก้อนอากาศลงคออย่างยากลำบากเมื่อได้มองใบหน้าที่ซบอยู่บนไหล่ของเขา .....และแล้วใบหน้าของเจ้าหุ่นกระป๋องตัวยุ่งตอนร้องไห้ก็ปรากฏอีกครั้ง..... คิดได้แค่นั้น ความเป็นห่วงก็ตีรวนในจิตใจของอีโฮวอนจนตัดสินใจวางเจ้าหุ่นตัวเล็กไว้ตรงที่เก่า ก่อนจะต่อสายโทรศัพท์หาเจ้าของหุ่นคนเก่าอีกครั้งอย่างเก้ๆ กังๆ

 

“ฮะ ฮัลโหล”

“......บอกแล้วไงว่าอย่าโทรมา”

“ดะ ดะ เดี๋ยวสิคุณ!!! คือผมเพิ่งทำหุ่นยนต์คุณเสียอ่ะ” ชายหนุ่มลากเสียงยาวรั้งปลายสายที่มีทีท่ากำลังจะวางด้วยคำพูดที่รวบรัดตัดความทำเอาอีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ทำให้ท่าทีที่แข็งกระด้างอ่อนลง

“.....แต่ฉันก็บอกไปแล้วนี่ว่ามีปัญหาอะไรก็แก้เอง”

“ผมจะแก้ได้ยังไง ผมไม่รู้เรื่องหุ่นยนต์เลยนะคุณ อีกอย่าง หุ่นยนต์ที่คุณสร้างมากับมือ คุณก็คงไม่อยากให้ผมไปรื้อข้างในจนพังเรี่ยราดด้วยใช่ไหมล่ะ”

“นายทำมันไม่ได้!!!” ชายชราปลายสายตะคอกกลับมาอีกครั้งจนโฮย่าสะดุ้ง ก่อนจะเงียบไปนานปล่อยให้เขายืนงงว่าตัวเองพูดอะไรผิด แต่ไม่นานนัก ปลายสายก็กลับมาคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงปกติอีกครั้ง

“.....เอาเป็นว่า เล่าอาการมา แล้วฉันจะลองบอกวิธีดู แต่เสร็จเรียบร้อยแล้วห้ามโทรหาฉันอีกนะ”

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

โฮย่ากลับมานั่งจุมปุ๊กอยู่กับเจ้าหุ่นตัวเดิมอีกครั้ง ตอนนี้หุ่นตัวยุ่งถูกจัดการเรียบร้อยหอมฟุ้งด้วยกลิ่นสบู่ที่ชายหนุ่มเพิ่งเช็ดตัวให้หมาดๆ พร้อมกับร่างกายที่ถูกพันด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ เพื่อรอสวมชุดเปลี่ยนใหม่ที่โฮย่ารื้อเสื้อผ้าที่เขาใส่ไม่ได้แล้วมาให้ .....นับว่าโชคดีที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายด้วยกัน แถมตัวเล็กกว่าเขามาก ไม่อย่างนั้นดงอูก็อาจจะต้องนอนแก้ผ้าไปในคืนนี้ก็ได้

 

.....พูดถึงนอนแก้ผ้า โฮย่าก็นึกถึงสิ่งที่เขาเพิ่งได้ฟังจากนักประดิษฐ์เจ้าของหุ่นว่า แท้จริงแล้วร่างกายของดงอูไม่ได้ทำจากวัสดุสังเคราะห์อะไรทั้งนั้น หากแต่เกิดจากการนำเนื้อเยื่อของมนุษย์จริงมาเพราะพร้อมกับฝังไมโครชิพควบคุมไปในการเติบโตดังกล่าว ส่วนที่ “สังเคราะห์” จริงๆ จึงเป็นเพียงแผงควบคุมที่ฝังอยู่ตามระบบประสาทในตัวของเขา และนั่นเป็นสาเหตุสำคัญที่ดงอูถูกส่งมาให้โฮย่าฟรีๆ เป็นเพราะตัวดงอูเองเกิดจากการลอบทดลองแบบผิดกฎหมายจากองค์กรใต้ดินแห่งหนึ่ง แต่องค์กรดังกล่าวก็ถูกตำรวจกวาดล้างไปแล้ว ไม่มีเงินอัดฉีดเพื่อการวิจัยต่อไปอีก และถ้าตำรวจพบเข้า ดงอูเองก็อาจจะถูกทำลายเนื่องจากเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีด้วย

 

“ฉันก็แค่ไม่อยากให้สิ่งที่ฉันสร้างมาเป็นปีๆ ต้องป่นปี้เพียงเพราะเรื่องแค่นี้เท่านั้นแหละ” ชายชรากล่าว แต่ก็ไม่ยอมบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของโปรเจ็กต์ที่เขาว่ามา

 

“มิน่า.... ดงอูถึงเหมือนมนุษย์ไปทุกกระเบียดนิ้วไม่มีผิด” ชายหนุ่มพึมพำพลางทิ้งตัวลงนั่งข้างหุ่นตัวเล็กตัวเดิมอีกครั้ง เขามองผ้าขนหนูที่คลุมตัวของอีกฝ่ายทั้งบนล่าง .....ใช่ เขาเห็นร่างกายใต้ผ้าสองผืนนี้มาโดยทั้งหมดแล้ว ด้วยถือวิสาสะว่า เป็นผู้ชายด้วยกันเลยจัดการทำความสะอาดคราบเหม็นที่เกิดขึ้นในห้องครัวออกให้ทุกอย่าง

 

.....ตอนแรกก็คิดว่า ผู้ชายด้วยกันคงไม่เป็นไรหรอก แต่พอได้เจอผิวขาวผ่องที่เติบโตมาในแท่นแคปซูลไม่โดนแดดโดนฝน แถมยังละเอียดนุ่มเนื่องจากไม่เคยสัมผัสโดนสารหยาบกระด้างใดๆ ในโลกแบบนั้น .....มันก็ทำให้เขาลุกลี้ลุกลนจนต้องรีบเช็ดรีบหาอะไรมาคลุมอย่างที่เห็น

 

“.....” ชายหนุ่มกลืนก้อนอากาศลงคออีกครั้ง ก่อนจะรีบเปิดผ้าขนหนูที่คลุมตัวอีกฝ่ายท่อนบนออกก่อนที่จะสวมเสื้อผ้าชุดเก่าของเขากลับเข้าไปให้ใหม่ แต่ขั้นตอนต่อไปของเขานี่แหละลำบาก..... การรีสตาร์ทให้หุ่นยนต์กลับมาใช้ได้อีกครั้ง

 

“จูบเลยเหรอลุ๊งงงงงงงงงงงงง” อีโฮวอนร้องเสียงหลงทำเอาอีกฝ่ายแก้วหูแทบแตกก่อนจะโดนสวนกลับมาชุดใหญ่

“แกจะโวยวายอะไรกันนักหนาห๊า ทำพังเองก็ต้องซ่อมเองไม่ใช่เหรอไง”

“ก็ลุงนั่นแหละ ทำระบบอะไรลามกชะมัด เปิดสวิตซ์ก็สัมผัส รีสตาร์ทก็จูบ”

“......ฉันประดิษฐ์มาให้เป็นหุ่นยนต์คู่รักก็ต้องให้กอดให้จูบนะสิ คนที่ซื้อหุ่นฉันไปทั้งหมดมีแค่แกนั่นแหละทำพิเรนทร์จะเอาไปถูบ้าน ทำกับข้าวเอง ......ช่วยไม่ได้ สงสารภรรยาแกในอนาคตจริงๆ” คำสวนสั้นๆ ทำเอาอีโฮวอนรู้สึกเหมือนถูกน็อค แต่ก็ต้องยอมเลิกราไปเนื่องจากมันคือความจริงอย่างที่สุด แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังมิวายถามในสิ่งที่อยากรู้

“แล้วพอรีสตาร์ท ดงอูเขาจะลืมผมไหม”

“.....ไม่ลืมหรอกตราบใดที่แกไม่เลาะสมองหุ่นออกไปซะก่อน”

“โห ลุงโหดจัง ไม่มีวิธีง่ายกว่านั้นเหรอ”

“แล้วแกหวังอะไรอยู่..... จำไว้นะว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วมันไม่มีอะไรย้อนกลับได้หรอก ต่อให้เป็นไฟล์ในคอมพิวเตอร์ถึงจะลบแล้วลบอีก..... แต่สุดท้ายมันก็ต้องมีร่องรอยอะไรสักอย่างนั่นแหละ” .....นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ชายชรานักประดิษฐ์กล่าวเท่าที่อีโฮวอนจำได้

 

“.....ลืมฉันไม่ได้เลยเหรอ” ร่างสูงกว่าถอนหายใจยาว เขาเข้าใจความรู้สึกนั้นดีเพราะตัวเองก็มีประสบการณ์ “ลืมไม่ลง” กับอะไรหลายๆ อย่างไม่ใช่น้อย และรู้ดีอีกด้วยว่า ดงอูอาจจะต้องทรมานแน่ๆ ถ้าวันหนึ่งเขาไปรักผู้หญิงอื่น ขณะที่ตัวดงอูเองยังคง “ลืมไม่ลง” อยู่แบบนี้

 

......เพราะจะอย่างไร ชายหนุ่มก็มั่นใจว่า เขาคงจะไม่มีทางรู้สึกอะไรกับ “หุ่นยนต์” ไปได้แน่นอน.....

 

“เอาเถอะ!!!!!” อีโฮวอนสูดหายใจลึกอีกครั้ง จะอย่างไรเสีย เขาก็ต้องทำให้ดงอูฟื้นขึ้นมา เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของคุณลุงนักประดิษฐ์ที่อุตส่าห์วางใจส่งหุ่นยนต์มาให้เขาฟรีๆ อีกส่วนหนึ่งก็เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของเขาเอง แถมห้องนี้ก็เป็นห้องปิดล็อกเรียบร้อย คงไม่มีใครทะเล่อทะล่ามาเห็นเขาจูจุ๊บกับผู้ชายแน่นอน

 

.....ก็แค่จุ๊บกับตุ๊กตา ไม่เป็นไรหรอก..... อีโฮวอนให้กำลังใจตัวเอง

ฝ่ามือหนาลูบใบหน้าเรียวที่กำลังหลับพริ้มก่อนจะช้อนคางคมขึ้นอย่างเบามือ จ้องมอริมฝีปากอิ่มเผยอเล็กน้อยเหมือนรอรับจุมพิตจากใครสักคนมาปลุกให้ออกจากห้วงนิทรา ก่อนจะใช้อีกฝ่ายมือดันพนักโซฟาเพื่อรั้งตัวเองให้ได้องศาที่พอเหมาะพลางโน้มใบหน้าเข้าใกล้ที่ละน้อยพลางสัมผัสถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างกายของอีกฝ่าย ปลายจมูกโด่งคมสัมผัสกันเบาๆ ทำเอาร่างที่ดันตัวขึ้นคร่อมอยู่ด้านบนสะดุ้งเฮือก แต่ก็กลับมาเอียงคอให้รับมุมกับใบหน้าของอีกคนที่นอนนิ่งก่อนที่ลิ้มรสริมฝีปากอิ่มที่รอคอยคนตรงหน้าอยู่อย่างเงียบงัน

 

“......โฮย่า ฉันหลับไปเหรอ?” ร่างเล็กๆ งัวเงียตื่นขึ้นก่อนที่จะพบเพียงอากาศว่างเปล่า เสียงกระแทกประตูห้องน้ำดังอยู่ไกลๆ ชวนให้เกิดความสงสัย หุ่นยนต์ตัวเดิมลุกขึ้นสำรวจรอบบ้านก่อนจะลองเคาะประตูที่ปิดอยู่พลางร้องเรียกคนที่น่าจะอยู่ในนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

“โฮย่า..... อยู่ในนั้นหรือเปล่า? โฮย่า”

.....เคาะไปเถอะ ไม่มีเสียงตอบหรอก เพราะคนที่ถูกร้องเรียกชื่อกำลังนั่งกอดเขาคุดคู้อยู่หน้าส้วมพร้อมใบหน้าที่แดงก่ำลามไปถึงใบหูกับสารพัดคำถามที่ไม่รู้จะหาคำตอบจากที่ไหน

 

......คอมพิวเตอร์ลบไฟล์ได้ไหมหมดฉันท์ใด สมองมนุษย์ก็คงลืมความหวานจากริมฝีปากนุ่มๆ นี้ไม่ได้ฉันท์นั้นนั่นแล.....

--------------------------------------------------------------------------------------------------

เช้าวันนี้โฮย่ารีบร้อนออกมาจากบ้านเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีสอนคลาสเช้าและตารางจริงๆ จะว่าง แต่เขาก็ไม่อยากเผชิญหน้าอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้จะระบุว่าเป็นคนหรือสิ่งของที่เพิ่งได้มาหมาดๆ ที่เป็นอย่างนั้นเพราะว่าหมอนี่เหมือนคนจนเกินไป...... เกินกว่าอะไรๆ ที่มันไม่สมควรจะเกิดในความรู้สึกของเขามันก็เกิดขึ้นจนได้ แถมยังเกิดมากเกินไปเสียจนเขาเองยังตั้งตัวแทบไม่ติด

 

......นี่ขนาดแค่วันเดียวนะ ยังลากมาตั้ง 3-4 ตอนฟิคเลยดูสิ อีโฮวอนคิดในใจ.....

 

ด้วยเหตุนี้เช้าวันนี้เขาเลยยังไม่ได้ลองชิมรสชาติอาหารฝีมือเจ้าหุ่นกระป๋อง หรือคอยคุมการทำงานเหมือนเมื่อวันก่อน แต่ถึงกระนั้นอีโฮวอนก็ยังรู้สึกวางใจขึ้นมานิดหน่อยเพราะได้ตาลุงนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องสอนการใช้งานโดยตรงให้กับเขาชนิดติวผ่านโทรศัพท์จนต้องยืมเงินค่าโทรกันเลยทีเดียว

 

.....แต่สิ่งที่ไม่น่าไว้ใจคือตัวเขาเองกับเจ้าหุ่นยนต์จริตประหลาดนั่นแหละ.....

อีโฮวอนพยายามนึกถึงภาพล่าสุดที่เขาพบเห็นเจ้าหุ่นกระป๋องตัวปัญหา เจ้าตัวยังนอนหลับปุ๋ยอย่างสบายอารมณ์พลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับฝันหวาน ขณะที่เครื่องชาร์ทเจ้าหุ่นยนต์ก็ยังคงส่งสัญญาณออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้ชายหนุ่มรู้ว่า มันกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ หลังจากที่เขารีสตาร์ทดงอูกลับมาใหม่อีกครั้งก็ดูเหมือนทุกอย่างจะกลับมาปกติสมบูรณ์ดี ดงอูเองก็กลับมาจ้อไม่หยุดปาก แต่เจ้าตัวก็ยังต้องการการชาร์ตไฟอยู่

 

“งั้นคืนนี้นายนอนตรงโซฟาแล้วกัน สัญญาณไวร์เลสจะได้ไม่หลุดไปไหน” ชายหนุ่มกลางพลางหอบทั้งหมอนและผ้าห่มมาโยนกองให้เสร็จสรรพ ขณะที่อีกฝ่ายก็พยักหน้ารับรัวเร็ว ร่างสูงกว่าจึงพาตัวเองเข้าไปในห้อง

“แล้วก็อย่าลืมซักผ้ากับล้างจานให้ตามที่บอกด้วยนะ” แต่ยังไม่ทันที่จะทำอะไรต่อ อีโฮวอนก็เปิดประตูออกมาอีกครั้งพร้อมกับกำชับสิ่งที่บอกไว้ ร่างเล็กพยักหน้ารับทำให้เขาอุ่นใจขึ้นมานิดหน่อย ก่อนจะปิดประตูห้องนอนตัวเองลงไป .....แต่ก็หายเข้าไปในห้องได้ไม่นานนัก

“อ่อ อย่าลืมที่ฉันบอกนะ อย่าไปเที่ยวเล่นซนอะไรเข้าล่ะ” เขาเปิดประตูออกมาขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะทิ้งตัวลงหนุนหมอนใบนุ่ม จนเจ้าตัวตกใจต้องลุกพรวดพราดขึ้นมาอีกครั้ง หุ่นตัวเล็กลุกขึ้นมาพยักหน้ารับเหมือนครั้งก่อนๆ แต่ไม่ทันที่อีกคนจะงับประตูกลับไปอีกครั้ง เจ้าหุ่นตัวเล็กก็ชิงถามขึ้นมาเสียก่อน

“โฮย่ามีอะไรจะบอกดงอูอีกไหม” เจ้าของแววตาใสถามขึ้นอย่างซื่อๆ แต่อีกฝ่ายกลับทำคิ้วขมวดมุ่นเหมือนลังเลที่จะพูดอะไรบางอย่าง

“ก็.....มะ ไม่มีนี่..... ทำไมเหรอ?”

“เปล่าหรอก ดงอูไม่อยากให้โฮย่าต้องเดินออกมาบ่อยๆ” พูดไปด้วยความหวังดีพร้อมกับยิ้มจนตาปิดเหมือนทุกครั้ง แต่โฮย่ายังคงเกาะอยู่ที่ประตูจ้องมองอีกฝ่ายที่ดูเหมือนเตรียมตัวพร้อมจะหลับลงไปอย่างเต็มที่

“.....อรุณ เอ้ย ราตรีสวัสดิ์นะ”

“อือ ราตรีสวัสดิ์”  .....หลังจากที่ร่างเล็กตอบรับ ประตูห้องนอนก็งับลงไปอย่างรวดเร็ว.....

 

“.....ท่าทางเราจะอยู่คนเดียวนานเกินไปจริงๆ” โฮย่าพึมพำกับตัวเองระหว่างที่นั่งจุมปุ๊กอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าที่ยังไม่เปิด ก่อนจะนวดสองข้างแก้มตัวเองให้อุณหภูมิลดลงมาหลังจากที่นึกถึงเรื่องเมื่อคืน

.....อะไรมันจะยากขนาดนั้น แค่พูดว่า ราตรีสวัสดิ์ กับหุ่นกระป๋องก่อนนอนแค่นั้นเอง......

ขั้นตอนสั้นๆ ที่ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่สำหรับอีโฮวอนแล้วมันกลับทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะเขาเองก็อยู่เพียงลำพังมาตั้งแต่มัธยมปลาย ถึงจะมีเพื่อนๆ มาค้างคืนชั่วคราวบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็มาเพื่อเมาหัวราน้ำจนกระทั่งเช้า ไม่มีใครที่จะให้บอกอรุณสวัสดิ์หรือราตรีสวัสดิ์กันเท่าไหร่ จึงนับว่า นานไม่ใช่น้อยที่เขาได้เอ่ยคำๆ นี้กับใครสักคนเป็นครั้งสุดท้าย

 

......แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ควรจะใจเต้นขนาดนี้.....

 

เอาน่า หมอนั่นเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกผลิตมาเพื่อเป็นคนรัก ก็คงมีอะไรสักอย่างที่ทำให้คนที่อยู่รอบๆ หลงเสน่ห์นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นคนที่อยู่ด้วยทุกวันคงเบื่อแย่ โฮย่าคิดเข้าข้างตัวเองไปแบบนั้น เขามั่นใจว่าตัวเองไม่มีทางตกหลุมรักผู้ชายด้วยกันเด็ดขาด เขาแค่รู้ร้อนรู้หนาวตามประสามนุษย์ทั่วไปเวลารู้ว่ามีใครบางคนมาให้ความรักเท่านั้นแหละ แถมในเมื่อเป็นความรักแบบที่สังเคราะห์มาจากคอมพิวเตอร์แล้ว อีโฮวอนก็ไม่ควรจะใส่ใจอะไรกับมันให้มากมายอีก

 

.....อย่าใส่ใจ แม้แต่แก้มกลมแดงๆ ที่ตัดกับผิวขาวผ่อง บนใบหน้าได้รูปที่ดูน่ามองด้วยผมสีทองที่ยาวลงมาปรกใบหน้า แต่ก็ไม่อาจบดบังดวงตายิ้มหยีจนปิดนั้นก็อย่าใส่ใจ.....

 

“.......” ชายหนุ่มกระดกน้ำเปล่าอึกสุดท้ายที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อลงคออีกครั้ง เขามองไปยังสวนด้านหน้าของห้างที่ประดับตกแต่งไปด้วยไม้พุ่มขนาดเล็กอย่างไร้จุดหมาย อีกประมาณ 1 ชั่วโมงโรงเรียนที่เขาสอนอยู่ถึงจะเปิด ชายหนุ่มจึงได้แต่นั่งเตร่คิดเรื่องเพ้อเจ้อทั่วไป ก่อนจะเศร้าใจกับตัวเองทุกครั้งที่ตัวเองนั่งแกร่วเนื่องจากรีบออกจากบ้านมาเร็วกว่าทุกที่

 

......พอนึกวนมาถึงตรงนี้ เรื่องที่เขา “ไม่ใส่ใจ” มันก็ย้อนกลับมาในหัวอีกครั้ง.....

 

“โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย พอแล้วจะวนมาทำไมกันนักหนา” อีโฮวอนตะโกนลั่นหน้าลานห้างสรรพสินค้า ก่อนจะได้สติเมื่อผู้คนที่บางตาหันมามองเขาเป็นตาเดียว ถึงในตอนเช้าบริเวณแถวนี้จะไม่คึกคักคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเหมือนตอนห้างเปิด แต่ความสงบนั้นก็ทำให้เสียงของเขาดังกว่าปกติจนเป็นที่สนใจได้ไม่ยากนัก

 

“.....” ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนเหมือนเป็นการขอโทษคนรอบตัวก่อนจะนั่งกลับลงไปอีกครั้งอย่างสิ้นหวัง แต่เขาก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อมีมือเย็นโผล่มาจับที่ไหล่จากด้านข้าง

“เฮ้ยยย” *ตุ๊บ*

“โอ้ยย แค่หยอกนิดเดียวเอง เบาๆ สิวะ” เสียงโวยวายดังขึ้นต่อจากเสียงอุทานที่ตามด้วยเสียงชกใบหน้าของใครบางคน เพื่อนของเขาที่เป็นครูสอนร้องเพลงจากโรงเรียนเดียวกันเจ็บจนเอามือกุมปลายคางมนร้องโอดโอยพร้อมใบหน้ายู่ยับ

“ก็ชั้นไม่รู้ว่าเป็นแกนี่ มีอย่างที่ไหน โผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง” ชายหนุ่มหน้าเบ้แต่ก็ยังคงสู้ฝีปากไม่หยุด

“ให้เสียงบ้าอะไร ชั้นนั่งข้างแกเป็นชาติแล้วไม่รู้ตัวเลยหรือไง แล้วเมื่อกี้ลุกขึ้นโวยวายอะไรไม่ทราบ”

“......เรื่องของชั้นน่า” อีโฮวอนน่ามุ่ยเมื่อถูกถามคำถามย้ำปมในใจ แต่มีหรือที่เพื่อนซี้อย่างนัมอูฮยอนจะไม่อยากรู้ต่อ ขอให้เป็นเรื่องของคนอื่น เรดาร์นัมสตาร์ก็กระดิกดิ๊กๆ แล้ว

“แกเป็นอะไร? มีความรัก อกหัก แย่งสาว ทำเขาท้อง หรือ..... โอ้ย” อีกฝ่ายเดาสุ่มไปเรื่อยจนกระทั่งโดนศอกแหลมๆ กระทุ้งด้านข้าง แต่ก็ยังไม่วายหัวเราะเยาะกับสีหน้ายับยุ่งของอีกฝ่ายที่รู้สึกกวนใจเต็มแก่

“อะไรเล่า ไม่เห็นต้องทำหน้ายุ่งเลย อย่างอนสิจ๊ะ เมี๊ยวๆๆๆ”

“ไม่ต้องมายุ่งเลย!!!! ยุ่งเรื่องของตัวเองกับพี่ซองกยูไปเถอะ!!!!” ไม่พูดเปล่า เขายกฝ่าเท้าขึ้นขู่จนอีกฝ่ายต้องรีบถอยกรูพร้อมยกมือขึ้นปัดป้อง

“อะไรกันวะ เพื่อนอุตส่าห์หวังดี เห็นแกตื่นเช้าผิดปกติแถมยังมาตะลอนๆ พร้อมท่าทางแปลกๆ อีก ฉันก็ถามดูนะสิ” พออีกฝ่ายอ้างดังนั้น อีโฮวอนก็เลยกลับมานั่งเรียบร้อยปกติอีกครั้งพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เฮ้อออ ช่างมันเถอะ ว่าแต่แกออกมาทำไมแต่เช้า ไม่อยู่ช่วยพี่ซองกยูเปิดโรงเรียนหรือไง”

“ก็ต้องออกมาหาอะไรกินก่อนสิ”

“อ่อเหรอ นึกว่ากินกันเองเป็นข้าวเช้าทุกวัน”

“ไม่ต้องพูดมากเลย ชั้นจะกลับโรงเรียนแล้ว จะไปนั่งรอด้วยกันไหมล่ะ แอร์เย็นๆ” อีกฝ่ายฟาดตุบเข้ามาที่กลางหลังของเขาจนไหล่แทบเคลื่อน แต่ก็ไม่วายชวนอีกคนไปที่โรงเรียนด้วยกัน

 

โรงเรียนที่เขาสอนอยู่เป็นโรงเรียนของพี่ซองกยูคนดังกล่าว ถึงแม้จะไม่ใหญ่โตนัก แต่โรงเรียนแห่งนี้ก็มีหลักสูตรสอนที่หลากหลายไม่ว่าจะร้องเพลง เต้นรำ หรือเล่นดนตรี รวมทั้งยังรับแต่งเพลงให้โฆษณา ละคร และการแสดงทั่วไป ซึ่งทั้งสองคนก็ช่วยกันดูแลธุรกิจจนอยู่ตัวได้ทุกวันนี้

 

และแล้วจู่ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดเข้ามาในสมองเขา ถึงแม้ว่าจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่บางทีคนที่มีคนรักเป็นผู้ชายเหมือนกันอย่างอูฮยอนน่าจะมีความคิดดีๆ กับอาการที่เจ้าหุ่นดงอูมาหลงรักเขาแบบนี้

 

......หรือจริงๆ เขาควรจะลองปรึกษาอูฮยอนดูดีนะ.....

 

Comment

Comment:

Tweet

น่ารัก มัก......มัก......มาก

#7 By suchawadee (103.7.57.18|101.51.44.122) on 2012-06-15 10:07

#6 By suchawadee (103.7.57.18|101.51.44.122) on 2012-06-15 10:04

มาต่อเร็วๆน้าาา
เค้าไม่ไหวแล้ว จะคลั่งตายยย >"""""<

#5 By mikumiku (103.7.57.18|125.27.15.112) on 2012-05-04 18:43

เพิ่งเข้ามาอ่าน>_< ตอนนี้สนุกอะ หลายรสชาติกันเลยทีเดียว ว่าแต่..โฮย่าจะรับหัวใจตัวเองเมื่อไหร่กันน๊อ? จะปล่อยให้ดงอูรออีกนานแค่ไหน อิ..อิ

นี่ขนาดแค่วันเดียวนะ ยังลากมาตั้ง 3-4 ตอนฟิคเลยดูสิ อีโฮวอนคิดในใจ.....<<พี่ว่าคนเขียนแอบคิดในใจมากกว่ามั้งquestion

ขอให้เป็นเรื่องของคนอื่น เรดาร์นัมสตาร์ก็กระดิกดิ๊กๆ แล้ว<<อยากรู้อยากเห็นเป็นเรื่องปกติของน้องนัม?

#4 By P' Fon (202.44.135.242) on 2012-04-20 13:34


สนุกมากครับ

เลยขออนุญาตอ่าน 4 ตอนรวดเลย ^^!

....


สงสารโฮย่าจริง ๆ เลยเหอะ

สับสนวุ่นวายในหัวใจ เพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้รักอีกฝ่าย

อุตส่าห์เป็นห่วงแทน กลัวเจ็บแทน

แต่จริงๆ แล้ว คนที่น่าเป็นห่วงน่าจะเป็นโฮย่าเองมากกว่านะ

เพราะดูท่าว่าดงอู อาจจะรักเป็นอย่างเดียว แต่เจ็บเป็นหรือเปล่าหน่ะไม่แน่

แต่โฮย่านี่สิ ถ้ารักไป แล้วความรักที่ได้รับมาตลอด ไม่เป็นอย่างที่คิดเนี่ยสิ

ต้องเจ็บมากแน่ ๆ เลยเหอะ

^^!

#3 By natsu (202.91.23.5) on 2012-04-18 13:35

ขอบคุณนะคะที่เขียนมาให้อ่านกัน

นั้นแน่ โฮย่า ^_^

แอบรู้สึกอะไรๆ พิเศษ กับดงอูแล้วใช่ม้า

^____________________^

แต่ก็น่ะ หุ่นอะไรไม่รู้ จะน่ารักไปไหนอ่ะ

จะติดตามกันต่อไปค่า

#2 By Viky (115.67.160.153) on 2012-04-16 06:40

อยากอ่านต่ออ่ะ
มาเร็วๆๆนะ
big smile big smile big smile

#1 By T~T (223.205.6.161) on 2012-04-15 23:21