- ขายโอนสิทธิ์สมาชิกฟิตเนส Fitness First แบบ Platinum สามารถเล่นได้ทุกสาขา รวมถึงสาขาระดับ Platinum ที่ Siam Paragon, Sathorn Square, AIA Capital Center, Landmark Plaza, สุขุมวิท 39, Q-House ลุมพินี รวมถึงสาขาระดับ Premium อื่นๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

- สัญญาเป็นแบบ 2 ปี ปัจจุบันใช้บริการไปแล้ว 6 เดือน จึงเหลือสิทธิ์อีก 1 ปี 6 เดือน (นับจากวันลงประกาศ) ราคาค่าบริการจึงลดเหลือ 2,498.45 บาท (รวม VAT 7%) ลดราคาลงมา 200 บาทต่อเดือน จากปกติ 2,658.95 บาท ค่าโอนสิทธิ์ผู้ขายจ่ายให้

- สามารถยืมเสื้อผ้าชุดออกกำลังกาย และผ้าขนหนูผืนใหญ่-ผืนเล็กได้ครั้งละ 2 ผืนในกรณีที่ใช้บริการสาขาที่เป็น Platinum

- สามารถเข้าร่วมคลาสของทางฟิตเนสได้ทุกคลาส เช่น โยคะ, Body Combat, RPM, Body Pump, Body Vive, Body Jam (คลาสเต้น), Pilates ฯลฯ และคลาสอื่นๆ อีกมากมาย

- มีบริการเครื่องดื่ม ชา กาแฟ น้ำเปล่า น้ำอัดลมฟรี อินเทอร์เน็ตไวไฟ นิตยสารและมุมพักผ่อนทุกสาขา ฟิตเนสเปิดบริการ 6.00-22.00 น. ในวันธรรมดา และ 8.00-21.00 น. ในวันเสาร์อาทิตย์และนักขัตฤกษ์

- ได้รับสิทธิ์ "วันเกิด" พาเพื่อนเข้าได้ 1 คนตลอดทั้งเดือนเกิด, ลดราคาสินค้าของทางฟิตเนส 20% และทดลองรับบริการเทรนเนอร์ฟรี 2 ครั้งภายในเดือนเกิด

- ยืม DVD ภาพยนตร์ได้ฟรีนาน 2 วัน/ครั้ง พาเพื่อนเข้าได้ฟรี 3 คน เครื่องมือออกกำลังกายทันสมัย ใช้งานง่าย มีเครื่องชั่งน้ำหนักและวัดเปอร์เซ็นต์ไขมัน TANITA

  • ห้องน้ำแยกชาย-หญิง มีห้องซาวน่า ห้องสตรีม ห้องอาบน้ำ ห้องแต่งตัวแบ่งแยกเป็นสัดส่วน ล็อกเกอร์ใช้ Key Card ในการเปิด-ปิดพร้อมช่อง USB สำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือภายในตู้ ห้องน้ำสะอาด มีสบู่ แชมพู ไดร์เป่าผม ที่หนีบผมให้ใช้ฟรี

    - ตัดใจขายเพราะมีความจำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วน แต่ไม่เคยมีปัญหากับการบริการของทางฟิตเนส ปกติใช้บริการสาขา Sathorn Square, AIA Capital, Siam Paragon เป็นประจำ พนักงานน่ารัก มารยาทดี เป็นกันเอง ถ้าเคลียร์เรื่องการเงินได้เมื่อไหร่ก็จะกลับไปเล่นอีกค่ะ

    - สนใจติดต่อ Line: cattomyneird




[FIC]My robot friend (Hoya X Dongwoo) Part 6

posted on 08 Nov 2012 22:04 by myneird in INFINITEfic directory Fiction, Entertainment, Asian

[FIC]My robot friend (Hoya X Dongwoo)

Rate: PG

Details: Science, Fantasy, AU 


 

.....สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องพาหุ่นกระป๋องดงอูกลับไปส่งบ้านเหมือนเดิมก็หนีไม่พ้นโฮย่า.....

 

ชายหนุ่มถอนหายใจนานระหว่างเดินไปตามทางกลับบ้านที่เขาคุ้นเคย แต่สิ่งที่ทำให้การเดินทางของเขาในวันนี้ต่างไปจากเดิมก็คือเพื่อนร่วมทางที่มัวหลงระเริงชมนกชมไม้พูดคุยกับสารพัดสัตว์ที่ผ่านไปสองข้างทาง ทั้งแวะเล่นดอกหญ้าเล็กๆ สีขาวที่ขึ้นอยู่ริมถนน จ้องมองนกที่เกาะเสาไฟฟ้าด้วยความสงสัย หรือไม่ก็ทักทายหมาแมวข้างทางอย่างไม่เลือกตัวจนแม้แต่โฮย่าเองยังกลัวเจ้าตัวจะโดนบางตัวที่ไม่น่าไว้ใจฟัดจนได้แผลไปเสียก่อน นิสัยเหล่านี้ของดงอูทำให้ชายหนุ่มรำคาญไม่ใช่น้อยที่ต้องคอยตะโกนตักเตือนไม่ให้เดินซุ่มซ่ามทำข้าวของพังที่ไหน แถมยังพะวงซ้ายขวากลัวเจ้าหุ่นยนต์ตัวดีจะละสายตาหลงทางไปทำให้ยากจะตามหา เสียงเรียก “ดงอู” ดังขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะทางพร้อมกับคำบ่นยาวเหยียดแต่เมื่อใดที่เจ้าตัวก้มหน้างุดทำตาเศร้า ชายหนุ่มก็อดที่จะสงสารอีกฝ่ายจนเลิกโมโหไปเองจนได้

 

.....ก่อนหน้านี้ดงอูเองก็คงเคยอยู่แต่ในห้องทดลอง พอถูกส่งมาก็อยู่แต่ในห้องของเขา จะตื่นเต้นกับทิวทัศน์ใหม่ๆ ที่ตัวเองไม่เคยเห็นก็คงไม่แปลก.....

 

“.....พอถึงตรงนี้แล้วเลี้ยวขวาก็ถึงแมนชั่นเราแล้วล่ะ จำได้นะ.....อ่ะ อ้าวเฮ้ย”

 

โฮย่าหันมาย้ำเส้นทางกลับบ้านกับหุ่นเจ้าปัญหาที่น่าจะเดินอยู่ข้างตัวแต่ก็ต้องหันไปพบกับความว่างเปล่า .....นั่นไง เอาอีกแล้ว..... ชายหนุ่มคิดพลางถอนหายใจยาวอีกครั้ง เมื่อ 10 นาทีที่แล้วก็หายตัวไปเล่นกับแมวข้างทางจนเขาต้องดุยกใหญ่ แต่ไม่ทันขาดคำก็หายตัวไปอีกแล้ว โฮวอนสอดส่ายสายตามองหารอบตัวอีกครั้งก่อนจะหยุดสายตาไปยังภาพที่เห็นตรงหน้า

 

.....หุ่นกระป๋องเจ้าปัญหาของเขากำลังนั่งอยู่บนชิงช้าไม้ตัวเล็กหลากสีพร้อมกับไกวตัวเองไปมาเบาๆ พอจะให้ความเพลิดเพลินแก่ตัวเองได้ ท่ามกลางท้องฟ้ายามเย็นที่เริ่มจะมืดครึ้มเหลือแค่เพียงแสงเรืองๆ ของดวงอาทิตย์ก้อนกลมที่กำลังจะลาขอบฟ้าไป มีเพียงใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของคนที่กำลังบันเทิงอยู่กับ ‘ของเล่นใหม่’ ที่แสนจะคุ้นเคยสำหรับอีโฮวอนที่เปล่งประกายความสุขจนเขาเองอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามไปด้วย.....

 

ชายหนุ่มนึกขำกับภาพตรงหน้านิดหน่อย ถึงแม้รูปร่างของหุ่นดงอูจะตัวเล็กกว่ามาตรฐานผู้ชายทั่วไป แต่ก็ไม่ถือว่าตัวเล็กพอที่จะเรียกได้ว่า “เด็ก” ถึงกระนั้นภาพเจ้าตัวที่ยิ้มจนตาหยีกลับเข้ากันดีกับสนามเด็กเล่นหลากสีรอบข้าง พื้นที่ว่างเปล่าที่เลยเวลาสำหรับเด็กๆ ส่วนใหญ่จะจับจองตอนนี้ดูเหมือนกลายเป็นอาณาจักรขนาดย่อมของเจ้าหุ่นกระป๋องไปโดยปริยาย ในขณะที่ม้าหมุน ชิงช้า และไม้ลื่นรอบข้างก็เปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของปราสาทของเจ้าชายผู้แสนบริสุทธิ์ตรงหน้า

 

.....แล้วจู่ๆ โฮย่าก็รู้สึกอิจฉาดงอูขึ้นมา.....

 

สำหรับชายวัยทำงานที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มายี่สิบกว่าปี เป็นไปได้ยากที่ตัวเขาจะมองโลกที่เป็นอยู่นี้ได้งดงามเหมือนสมัยตอนเด็กๆ แน่นอนว่าตลอดการมีชีวิตอยู่ที่ผ่านมา เขาได้เรียนรู้ว่าอะไรหลายๆ อย่างมันไม่ได้เป็นงดงามเหมือนในนิทานวัยเด็ก สิ่งเหล่านั้นหล่อหลอมให้อีโฮวอนเติบโตขึ้นมาจนเป็น ‘ผู้ใหญ่’ ที่มีทั้งด้านดีและด้านร้ายอยู่ในตัวเอง การเดินทางออกตามหาความฝันที่สวนทางต่อความต้องการของครอบครัวแต่เพียงลำพังครั้งวัยเยาว์ก็ทำให้เขาต้องสร้างเกราะที่ปกป้องความรู้สึกในใจลึกๆ และแสดงออกแต่เฉพาะส่วนที่ตัวเองต้องการให้สังคมรอบข้างเห็นเท่านั้น

 

.....ช่างต่างจากหุ่นยนต์ที่กำลังแกว่งไกวชิงช้าอย่างสนุกสนานตรงหน้าเขา หุ่นยนต์ที่พอชอบก็หัวเราะ ไม่ชอบก็ร้องไห้ ไม่เข้าใจก็ทำหน้ายุ่ง แต่พอสบายใจก็ยิ้มกว้าง เรียกได้ว่าแสดงออกทุกอย่างโดยที่คนรอบข้างไม่จำเป็นต้องตีความให้ซับซ้อนมากมาย...

 

ทั้งยังพูดคำว่า “รัก” และแสดงความรู้สึกนั้นออกมาได้อย่างไม่ลังเลอีกต่างหาก ช่างน่าอิจฉาจริงๆ

 

“อ้ะ โฮย่า.... ขอโทษที่จู่ๆ ก็หายออกมา”

 

ชิงช้าที่แกว่งไกวอยู่เมื่อครู่ชะงักลงเมื่อหุ่นน้อยที่กำลังเพลิดเพลินเห็นอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ตรงหน้า แววตาสำนึกผิดที่ตัวเองออกนอกเส้นทางโดยไม่บอกกล่าวปรากฏขึ้นโดยฉับพลัน โฮย่ายิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนที่จะนั่งลงตรงชิงช้าตัวด้านข้าง

 

“ไม่เป็นไรหรอก เล่นไปเถอะ.....อยากเล่นไม่ใช่เหรอ”

“โฮย่าจะรอให้ดงอูเล่นจริงๆ เหรอ”

“เออสิ ชักช้าเดี๋ยวเปลี่ยนใจหนีกลับบ้านไม่รู้ด้วยนะ”

 

เป็นไปตามคาด ทันทีที่ขึ้นเสียงขู่ ดงอูก็จัดการเหวี่ยงชิงช้าอย่างแรงและเร็วขึ้นประหนึ่งว่ามันจะช่วยลดความอยากเล่นได้ภายในเวลาที่สั้นลง ทำเอาชายหนุ่มที่นั่งรออยู่บนชิงช้าตัวข้างเคียงอดกลั้นหัวเราะไม่ได้ ไม่นานนัก เขาเองก็จัดการเหวี่ยงตัวเองตามจังหวะสลับไปมากับหุ่นกระป๋องเพื่อนซี้ส่งเสียงตะโกนด้วยความตื่นเต้นปะปนไปกับลูกรอกชิงช้าที่ดังอี๊ดอ๊าดบ่งบอกความเคลื่อนไหวของพาหนะข้างใต้

 

.....นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่มีเพื่อนนั่งเล่นชิงช้าแบบนี้ โฮย่าจำไม่ได้จริงๆ.....

“นายรู้จักที่ได้ยังไง”

 

ชิงช้าที่ถูกแกว่งเป็นวงกว้างสร้างความสนุกสนานให้คนหนึ่งคนกับหุ่นยนต์หนึ่งตัว.....บัดนี้แกว่งไปมาแผ่วเบาตามแรงลมยามพลบค่ำพัดกระเพื่อม เด็กน้อยในร่างผู้ใหญ่สองคนเมื่อครู่นั่งกองอยู่บนเนินสนามหญ้าบริเวณใกล้เคียงท่ามกลางสวนกว้าง บอกตามตรงว่า โฮย่าเองรู้สึกอายนิดหน่อยที่อยู่แถวนี้มานานหลายปี แต่กลับไม่เคยรู้ว่าจากถนนหน้าบ้านเขามีทางลัดตัดมายังสวนสาธารณะขนาดย่อมที่เปิดกว้างสำหรับผู้คนทั่วไป อาจจะเพราะว่าทุกครั้งที่เขาเดินทางไปทำงานก็จะต้องไปด้วยความเร่งรีบ ขณะที่ตอนกลับก็มัวแต่เหม่อคิดเรื่องต่างๆ มากมายจนไม่ได้สังเกตบริเวณรอบข้างจนกระทั่งดงอูพบมันเข้า ซึ่งเขารู้สึกแปลกใจมากที่เจ้าตัวรู้จักที่แห่งนี้ได้ภายในไม่กี่วันที่มาอยู่เท่านั้น

 

“ก็....เห็นจากระเบียงตรงห้องโฮย่าไง ถ้ามองจากตรงนั้นจะเห็นที่เขียวๆ ตรงนี้ชัดเจนเลยล่ะ”

 

คำตอบของเจ้าหุ่นกระป๋องที่นั่งข้างกายทำให้เขาละอายหนัก ในตอนแรกเขาคิดเลยเถิดไปถึงขั้นว่า เจ้าตัวจะมีระบบ GPS ค้นหาสถานที่ต่างๆ แต่แท้จริงแล้วกลับใช้วิธีง่ายๆ อย่างการมองลงมาจากระเบียง .....ซึ่งไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเห็น แต่ไม่เคยจำหรือใส่ใจมันต่างหาก ในเมื่อมันไม่ใช่ทางไปตลาด ห้างสรรพสินค้า หรือสถานีตำรวจที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

 

ตอนที่ย้ายเข้ามาครั้งแรก โฮย่าคิดแบบนี้กับสถานที่แห่งนี้จริงๆ

 

ชายหนุ่มนั่งนึกถึงเหตุการณ์ของตัวเองในอดีต เขาออกจากบ้านมาตั้งแต่มัธยมปลายเพื่อสานต่อความฝันเกี่ยวกับการเต้นของตัวเอง ที่ต้องเป็นแบบนั้นเพราะความฝันดังกล่าวขัดแย้งกับความต้องการของพ่อที่อยากให้ตัวเขากลับมาช่วยดูแลกิจการที่บ้านเหมือนที่พี่ชายของเขาทำอยู่ตอนนี้ ความขัดแย้งดังกล่าวกลายเป็นหมอกจางๆ ที่กีดขวางความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคนในบ้านมาตลอดจนกระทั่งวันที่เขาตัดสินใจเลือกการเต้นแทนชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย หมอกจางๆ ดังกล่าวก็กลายเป็นพายุก่อให้เกิดความแตกหักระหว่างเขาและครอบครัวในที่สุด หลังจากนั้นเขาก็อยู่คนเดียว ร้องไห้ให้กับความพ่ายแพ้เพียงคนเดียว ยิ้มรับให้กับความสำเร็จเพียงคนเดียวมาโดยตลอด

 

ใช่ นานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่เขาพยายามดำเนินชีวิตแบบผู้ใหญ่เพื่อเสริมสร้างให้จิตใจแข็งแกร่ง จนลืมไปแล้วว่า ครั้งหนึ่งบนโลกนี้ก็มีเด็กชายอีโฮวอนที่เคยตื่นเต้นกับการเล่นชิงช้าครั้งแรก หัวเราะร่าให้กับเรื่องที่คิดว่าตลก และร้องไห้ฟูมฟายให้กับเรื่องที่เสียใจได้อย่างเต็มที่อยู่

 

.....เขาถึงบอกว่า เขารู้สึกอิจฉาดงอู อิจฉาจนสงสัยว่า มนุษย์ที่เป็นแบบนี้จะมีอยู่บนโลกจริงๆ หรือ......

 

“นาย...... มาจากต้นฉบับที่เป็นมนุษย์จริงๆ ใช่ไหม”

 

ชายหนุ่มถามขึ้นขณะที่แกว่งชิงช้าไปมาเบาๆ ทำเอาหุ่นยนต์เด็กน้อยที่กำลังเล่นสนุกชะงักที่นั่งชิงช้าของตัวเองเอาไว้ เขาเงียบไปนานเพื่อนิ่งคิดถึงที่มาที่ไปของคำถามดังกล่าว ก่อนส่งเสียงตอบรับในลำคอเล็กน้อยด้วยน้ำเสียงบ่งบอกความไร้เดียงสาเช่นเดิม

 

“อื้อ แต่ดงอูก็ไม่รู้หรอกนะว่า เขาเป็นใคร มาจากไหน ดงอูรู้แต่ว่า วันที่ดงอูลืมตาขึ้นมา ข้อมูลต่างๆ จากไหนไม่รู้มันก็เหมือนไหลเข้ามาในหัวแล้ว”

“อย่างนั้นเหรอ?”

“อื้อ.....แต่บางทีดงอูก็สงสัยนะว่า เขาเป็นใคร ดงอูจะหน้าเหมือนเขาหรือเปล่า เขาจะรู้จักดงอูหรือเปล่า แล้วเขาจะใจดีกับดงอูไหม แล้วก็มีอีกตั้งหลายเรื่องที่ดงอูอยากถามเขานะ”

“......อย่างเช่น?”

“ก็อยากพวกความทรงจำ ความรู้ในสมองดงอู ดงอูอยากรู้ว่าเขาไปรู้มาจากไหน”

“แต่ในคู่มือของนายก็บอกชัดเจนนะว่า ข้อมูลในสมองของนายดึงมาจากอินเทอร์เน็