[FIC]My robot friend (Hoya X Dongwoo) Part 6

posted on 08 Nov 2012 22:04 by myneird in INFINITEfic directory Fiction, Entertainment, Asian

[FIC]My robot friend (Hoya X Dongwoo)

Rate: PG

Details: Science, Fantasy, AU 


 

.....สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องพาหุ่นกระป๋องดงอูกลับไปส่งบ้านเหมือนเดิมก็หนีไม่พ้นโฮย่า.....

 

ชายหนุ่มถอนหายใจนานระหว่างเดินไปตามทางกลับบ้านที่เขาคุ้นเคย แต่สิ่งที่ทำให้การเดินทางของเขาในวันนี้ต่างไปจากเดิมก็คือเพื่อนร่วมทางที่มัวหลงระเริงชมนกชมไม้พูดคุยกับสารพัดสัตว์ที่ผ่านไปสองข้างทาง ทั้งแวะเล่นดอกหญ้าเล็กๆ สีขาวที่ขึ้นอยู่ริมถนน จ้องมองนกที่เกาะเสาไฟฟ้าด้วยความสงสัย หรือไม่ก็ทักทายหมาแมวข้างทางอย่างไม่เลือกตัวจนแม้แต่โฮย่าเองยังกลัวเจ้าตัวจะโดนบางตัวที่ไม่น่าไว้ใจฟัดจนได้แผลไปเสียก่อน นิสัยเหล่านี้ของดงอูทำให้ชายหนุ่มรำคาญไม่ใช่น้อยที่ต้องคอยตะโกนตักเตือนไม่ให้เดินซุ่มซ่ามทำข้าวของพังที่ไหน แถมยังพะวงซ้ายขวากลัวเจ้าหุ่นยนต์ตัวดีจะละสายตาหลงทางไปทำให้ยากจะตามหา เสียงเรียก “ดงอู” ดังขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะทางพร้อมกับคำบ่นยาวเหยียดแต่เมื่อใดที่เจ้าตัวก้มหน้างุดทำตาเศร้า ชายหนุ่มก็อดที่จะสงสารอีกฝ่ายจนเลิกโมโหไปเองจนได้

 

.....ก่อนหน้านี้ดงอูเองก็คงเคยอยู่แต่ในห้องทดลอง พอถูกส่งมาก็อยู่แต่ในห้องของเขา จะตื่นเต้นกับทิวทัศน์ใหม่ๆ ที่ตัวเองไม่เคยเห็นก็คงไม่แปลก.....

 

“.....พอถึงตรงนี้แล้วเลี้ยวขวาก็ถึงแมนชั่นเราแล้วล่ะ จำได้นะ.....อ่ะ อ้าวเฮ้ย”

 

โฮย่าหันมาย้ำเส้นทางกลับบ้านกับหุ่นเจ้าปัญหาที่น่าจะเดินอยู่ข้างตัวแต่ก็ต้องหันไปพบกับความว่างเปล่า .....นั่นไง เอาอีกแล้ว..... ชายหนุ่มคิดพลางถอนหายใจยาวอีกครั้ง เมื่อ 10 นาทีที่แล้วก็หายตัวไปเล่นกับแมวข้างทางจนเขาต้องดุยกใหญ่ แต่ไม่ทันขาดคำก็หายตัวไปอีกแล้ว โฮวอนสอดส่ายสายตามองหารอบตัวอีกครั้งก่อนจะหยุดสายตาไปยังภาพที่เห็นตรงหน้า

 

.....หุ่นกระป๋องเจ้าปัญหาของเขากำลังนั่งอยู่บนชิงช้าไม้ตัวเล็กหลากสีพร้อมกับไกวตัวเองไปมาเบาๆ พอจะให้ความเพลิดเพลินแก่ตัวเองได้ ท่ามกลางท้องฟ้ายามเย็นที่เริ่มจะมืดครึ้มเหลือแค่เพียงแสงเรืองๆ ของดวงอาทิตย์ก้อนกลมที่กำลังจะลาขอบฟ้าไป มีเพียงใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของคนที่กำลังบันเทิงอยู่กับ ‘ของเล่นใหม่’ ที่แสนจะคุ้นเคยสำหรับอีโฮวอนที่เปล่งประกายความสุขจนเขาเองอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามไปด้วย.....

 

ชายหนุ่มนึกขำกับภาพตรงหน้านิดหน่อย ถึงแม้รูปร่างของหุ่นดงอูจะตัวเล็กกว่ามาตรฐานผู้ชายทั่วไป แต่ก็ไม่ถือว่าตัวเล็กพอที่จะเรียกได้ว่า “เด็ก” ถึงกระนั้นภาพเจ้าตัวที่ยิ้มจนตาหยีกลับเข้ากันดีกับสนามเด็กเล่นหลากสีรอบข้าง พื้นที่ว่างเปล่าที่เลยเวลาสำหรับเด็กๆ ส่วนใหญ่จะจับจองตอนนี้ดูเหมือนกลายเป็นอาณาจักรขนาดย่อมของเจ้าหุ่นกระป๋องไปโดยปริยาย ในขณะที่ม้าหมุน ชิงช้า และไม้ลื่นรอบข้างก็เปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของปราสาทของเจ้าชายผู้แสนบริสุทธิ์ตรงหน้า

 

.....แล้วจู่ๆ โฮย่าก็รู้สึกอิจฉาดงอูขึ้นมา.....

 

สำหรับชายวัยทำงานที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มายี่สิบกว่าปี เป็นไปได้ยากที่ตัวเขาจะมองโลกที่เป็นอยู่นี้ได้งดงามเหมือนสมัยตอนเด็กๆ แน่นอนว่าตลอดการมีชีวิตอยู่ที่ผ่านมา เขาได้เรียนรู้ว่าอะไรหลายๆ อย่างมันไม่ได้เป็นงดงามเหมือนในนิทานวัยเด็ก สิ่งเหล่านั้นหล่อหลอมให้อีโฮวอนเติบโตขึ้นมาจนเป็น ‘ผู้ใหญ่’ ที่มีทั้งด้านดีและด้านร้ายอยู่ในตัวเอง การเดินทางออกตามหาความฝันที่สวนทางต่อความต้องการของครอบครัวแต่เพียงลำพังครั้งวัยเยาว์ก็ทำให้เขาต้องสร้างเกราะที่ปกป้องความรู้สึกในใจลึกๆ และแสดงออกแต่เฉพาะส่วนที่ตัวเองต้องการให้สังคมรอบข้างเห็นเท่านั้น

 

.....ช่างต่างจากหุ่นยนต์ที่กำลังแกว่งไกวชิงช้าอย่างสนุกสนานตรงหน้าเขา หุ่นยนต์ที่พอชอบก็หัวเราะ ไม่ชอบก็ร้องไห้ ไม่เข้าใจก็ทำหน้ายุ่ง แต่พอสบายใจก็ยิ้มกว้าง เรียกได้ว่าแสดงออกทุกอย่างโดยที่คนรอบข้างไม่จำเป็นต้องตีความให้ซับซ้อนมากมาย...

 

ทั้งยังพูดคำว่า “รัก” และแสดงความรู้สึกนั้นออกมาได้อย่างไม่ลังเลอีกต่างหาก ช่างน่าอิจฉาจริงๆ

 

“อ้ะ โฮย่า.... ขอโทษที่จู่ๆ ก็หายออกมา”

 

ชิงช้าที่แกว่งไกวอยู่เมื่อครู่ชะงักลงเมื่อหุ่นน้อยที่กำลังเพลิดเพลินเห็นอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ตรงหน้า แววตาสำนึกผิดที่ตัวเองออกนอกเส้นทางโดยไม่บอกกล่าวปรากฏขึ้นโดยฉับพลัน โฮย่ายิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนที่จะนั่งลงตรงชิงช้าตัวด้านข้าง

 

“ไม่เป็นไรหรอก เล่นไปเถอะ.....อยากเล่นไม่ใช่เหรอ”

“โฮย่าจะรอให้ดงอูเล่นจริงๆ เหรอ”

“เออสิ ชักช้าเดี๋ยวเปลี่ยนใจหนีกลับบ้านไม่รู้ด้วยนะ”

 

เป็นไปตามคาด ทันทีที่ขึ้นเสียงขู่ ดงอูก็จัดการเหวี่ยงชิงช้าอย่างแรงและเร็วขึ้นประหนึ่งว่ามันจะช่วยลดความอยากเล่นได้ภายในเวลาที่สั้นลง ทำเอาชายหนุ่มที่นั่งรออยู่บนชิงช้าตัวข้างเคียงอดกลั้นหัวเราะไม่ได้ ไม่นานนัก เขาเองก็จัดการเหวี่ยงตัวเองตามจังหวะสลับไปมากับหุ่นกระป๋องเพื่อนซี้ส่งเสียงตะโกนด้วยความตื่นเต้นปะปนไปกับลูกรอกชิงช้าที่ดังอี๊ดอ๊าดบ่งบอกความเคลื่อนไหวของพาหนะข้างใต้

 

.....นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่มีเพื่อนนั่งเล่นชิงช้าแบบนี้ โฮย่าจำไม่ได้จริงๆ.....

“นายรู้จักที่ได้ยังไง”

 

ชิงช้าที่ถูกแกว่งเป็นวงกว้างสร้างความสนุกสนานให้คนหนึ่งคนกับหุ่นยนต์หนึ่งตัว.....บัดนี้แกว่งไปมาแผ่วเบาตามแรงลมยามพลบค่ำพัดกระเพื่อม เด็กน้อยในร่างผู้ใหญ่สองคนเมื่อครู่นั่งกองอยู่บนเนินสนามหญ้าบริเวณใกล้เคียงท่ามกลางสวนกว้าง บอกตามตรงว่า โฮย่าเองรู้สึกอายนิดหน่อยที่อยู่แถวนี้มานานหลายปี แต่กลับไม่เคยรู้ว่าจากถนนหน้าบ้านเขามีทางลัดตัดมายังสวนสาธารณะขนาดย่อมที่เปิดกว้างสำหรับผู้คนทั่วไป อาจจะเพราะว่าทุกครั้งที่เขาเดินทางไปทำงานก็จะต้องไปด้วยความเร่งรีบ ขณะที่ตอนกลับก็มัวแต่เหม่อคิดเรื่องต่างๆ มากมายจนไม่ได้สังเกตบริเวณรอบข้างจนกระทั่งดงอูพบมันเข้า ซึ่งเขารู้สึกแปลกใจมากที่เจ้าตัวรู้จักที่แห่งนี้ได้ภายในไม่กี่วันที่มาอยู่เท่านั้น

 

“ก็....เห็นจากระเบียงตรงห้องโฮย่าไง ถ้ามองจากตรงนั้นจะเห็นที่เขียวๆ ตรงนี้ชัดเจนเลยล่ะ”

 

คำตอบของเจ้าหุ่นกระป๋องที่นั่งข้างกายทำให้เขาละอายหนัก ในตอนแรกเขาคิดเลยเถิดไปถึงขั้นว่า เจ้าตัวจะมีระบบ GPS ค้นหาสถานที่ต่างๆ แต่แท้จริงแล้วกลับใช้วิธีง่ายๆ อย่างการมองลงมาจากระเบียง .....ซึ่งไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเห็น แต่ไม่เคยจำหรือใส่ใจมันต่างหาก ในเมื่อมันไม่ใช่ทางไปตลาด ห้างสรรพสินค้า หรือสถานีตำรวจที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

 

ตอนที่ย้ายเข้ามาครั้งแรก โฮย่าคิดแบบนี้กับสถานที่แห่งนี้จริงๆ

 

ชายหนุ่มนั่งนึกถึงเหตุการณ์ของตัวเองในอดีต เขาออกจากบ้านมาตั้งแต่มัธยมปลายเพื่อสานต่อความฝันเกี่ยวกับการเต้นของตัวเอง ที่ต้องเป็นแบบนั้นเพราะความฝันดังกล่าวขัดแย้งกับความต้องการของพ่อที่อยากให้ตัวเขากลับมาช่วยดูแลกิจการที่บ้านเหมือนที่พี่ชายของเขาทำอยู่ตอนนี้ ความขัดแย้งดังกล่าวกลายเป็นหมอกจางๆ ที่กีดขวางความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคนในบ้านมาตลอดจนกระทั่งวันที่เขาตัดสินใจเลือกการเต้นแทนชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย หมอกจางๆ ดังกล่าวก็กลายเป็นพายุก่อให้เกิดความแตกหักระหว่างเขาและครอบครัวในที่สุด หลังจากนั้นเขาก็อยู่คนเดียว ร้องไห้ให้กับความพ่ายแพ้เพียงคนเดียว ยิ้มรับให้กับความสำเร็จเพียงคนเดียวมาโดยตลอด

 

ใช่ นานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่เขาพยายามดำเนินชีวิตแบบผู้ใหญ่เพื่อเสริมสร้างให้จิตใจแข็งแกร่ง จนลืมไปแล้วว่า ครั้งหนึ่งบนโลกนี้ก็มีเด็กชายอีโฮวอนที่เคยตื่นเต้นกับการเล่นชิงช้าครั้งแรก หัวเราะร่าให้กับเรื่องที่คิดว่าตลก และร้องไห้ฟูมฟายให้กับเรื่องที่เสียใจได้อย่างเต็มที่อยู่

 

.....เขาถึงบอกว่า เขารู้สึกอิจฉาดงอู อิจฉาจนสงสัยว่า มนุษย์ที่เป็นแบบนี้จะมีอยู่บนโลกจริงๆ หรือ......

 

“นาย...... มาจากต้นฉบับที่เป็นมนุษย์จริงๆ ใช่ไหม”

 

ชายหนุ่มถามขึ้นขณะที่แกว่งชิงช้าไปมาเบาๆ ทำเอาหุ่นยนต์เด็กน้อยที่กำลังเล่นสนุกชะงักที่นั่งชิงช้าของตัวเองเอาไว้ เขาเงียบไปนานเพื่อนิ่งคิดถึงที่มาที่ไปของคำถามดังกล่าว ก่อนส่งเสียงตอบรับในลำคอเล็กน้อยด้วยน้ำเสียงบ่งบอกความไร้เดียงสาเช่นเดิม

 

“อื้อ แต่ดงอูก็ไม่รู้หรอกนะว่า เขาเป็นใคร มาจากไหน ดงอูรู้แต่ว่า วันที่ดงอูลืมตาขึ้นมา ข้อมูลต่างๆ จากไหนไม่รู้มันก็เหมือนไหลเข้ามาในหัวแล้ว”

“อย่างนั้นเหรอ?”

“อื้อ.....แต่บางทีดงอูก็สงสัยนะว่า เขาเป็นใคร ดงอูจะหน้าเหมือนเขาหรือเปล่า เขาจะรู้จักดงอูหรือเปล่า แล้วเขาจะใจดีกับดงอูไหม แล้วก็มีอีกตั้งหลายเรื่องที่ดงอูอยากถามเขานะ”

“......อย่างเช่น?”

“ก็อยากพวกความทรงจำ ความรู้ในสมองดงอู ดงอูอยากรู้ว่าเขาไปรู้มาจากไหน”

“แต่ในคู่มือของนายก็บอกชัดเจนนะว่า ข้อมูลในสมองของนายดึงมาจากอินเทอร์เน็ตได้ จะรู้นู่นนี่นั่นเยอะก็ไม่เห็นแปลกเลย”

“แต่ดงอูอยากรู้มากกว่านั้นนะ อย่างเช่นเขาไปรู้สูตรทำกับข้าวจากไหน รู้เส้นทางถนนได้ยังไง ดงอูตัวจริงมีพี่น้องกี่คน คุณแม่ของดงอูเป็นยังไง คุณพ่อเป็นยังไง แล้วก็ ..... เขาสร้างดงอูขึ้นมาเพื่ออะไรในเมื่อเขามีดงอูตัวจริงอยู่แล้วทั้งคน”

“ก็ให้มาเป็น.....เอ่อ อะไรนะ Boyfriend Bot ไง..... ออกจะชัดเจน” อีกฝ่ายตอบพลางกลั้วหัวเราะเพื่อปลอบโยนอีกฝ่ายที่เริ่มเศร้า แต่ก็ชะงักไปเมื่อไม่มีเสียงหัวเราะเหมือนบทสนทนาครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมาก

“......ถ้างั้น ถ้าดงอูไม่ถูกส่งมาให้โฮย่า ดงอูก็จะถูกทำลายทิ้งใช่ไหม หรือถ้าดงอูถูกส่งไปอยู่กับคนอื่นๆ ที่ไม่ใจดีเหมือนโฮย่า ดงอูก็อาจจะต้องเจออะไรก็ไม่รู้ใช่ไหม......”

 

ปลายรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ที่โฮย่าเพิ่งซื้อให้